ยาเลื่อนประจำเดือน ให้ซิสมั่นใจทุกสถานการณ์!!!

ประจำเดือนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราต้องเผชิญทุกเดือน แต่ถ้าในช่วงนั้นเราไม่อยากให้ประจำเดือนมาล่ะ!!! เพราะบางครั้งเราก็ต้องไปทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคล่องตัว เช่น การออกกำลังกาย หรือ เดินทาง ท่องเที่ยว ว่ายน้ำ ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์แล้ว ใครที่ประจำเดือนมาในช่วงสงกรานต์ก็คงอดเล่นน้ำเป็นแน่ หากประจำเดือนมาก็อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง รวมทั้งอาการอื่นๆ ที่จะไปทำให้กิจกรรมของเราไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร? ยาเลื่อนประจำเดือน นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยในการเลื่อนประจำเดือนออกไป ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมที่เราต้องการได้อย่างเต็มที่ ใครที่มีแพลนจะทำอะไรแต่อยู่ในช่วงประจำเดือนไม่ควรพลาด ต้องทานอย่างไรถึงเห็นผล แล้วมีผลข้างเคียงกันหรือไม่ ถ้าไม่มียาเลื่อนใช้ยาคุมแทนได้หรือไม่?  อยากรู้ห้ามพลาดบทความนี้เลย!!!

 

มาทำความรู้จัก ยาเลื่อนประจำเดือน คืออะไรกันดีกว่า ?

ยาเลื่อนประจำเดือน เป็นยาประเภทหนึ่งที่ใช้ทานเพื่อทำให้ประจำเดือนมาช้า หรือ มาเร็วกว่าปกติ ตัวยาจะเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ โดยปกติเมื่อเข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกายของเราจะลดต่ำลง ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือนนั่นเอง แต่ถ้าสาวๆ ทานยาที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าไป ก็จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกก็ยังเกาะอยู่ที่เดิมไม่หลุดออกมา ทำให้ไม่มีประจำเดือนนั่นเอง

ยาเลื่อนประจำเดือนต้องกินอย่างไร ?

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่ายาสามารถใช้ได้ทั้งกับการเลื่อนประจำเดือนให้มาเร็วขึ้น (เลื่อนเข้า) และ การเลื่อนประจำเดือนให้มาช้าลง (เลื่อนออก) การกินยาจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัวของผู้ทานด้วย หากมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 65 กิโลกรัม ให้ทานทุก 12 ชั่วโมง และ คนที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 65 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ทานทุก 8 ชั่วโมง โดยให้ ทานยาหลังอาหาร 30 นาที หรือ รับประทานพร้อมอาหารก็ได้ 

ยาเลื่อนประจำเดือน ต้องกินอย่างไร เลื่อนเข้า

  • การเลื่อนเข้า หรือ เลื่อนประจำเดือนให้มาเร็วขึ้น ให้เริ่มกินยาก่อนที่จะถึงรอบเดือนประมาณ 10 – 14 วัน โดยให้กินต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นให้หยุดยาแล้วประจำเดือนจะมาในช่วง 2 – 3 วัน

ตัวอย่างเช่น ประจำเดือนจะมาในช่วงวันที่ 15 ของเดือน ให้ทำการกินยาตั้งแต่วันที่ 1 โดยกินต่อกันเป็นเวลา 5 วันแล้วหยุดกิน พอถึงวันที่ 5 ที่เป็นวันหยุดยาประมาณ 2 – 3 วันประจำเดือนก็จะมา นั่นก็คือพอวันที่ 7 – 8 ประจำเดือนก็จะมา ซึ่งจะมาเร็วกว่ารอบเดือนปกติประมาณ 7 วันนั่นเอง

เลื่อนออก

  • การเลื่อนออก หรือ เลื่อนประจำเดือนให้มาช้าลง ให้เริ่มกินก่อนที่จะถึงรอบเดือนประมาณ 3 – 7 วัน โดยจะทานต่อเนื่องไม่เกิน 2 สัปดาห์ และ เมื่อหยุดกินยาประจำเดือนจะมาในช่วง 2 – 3 วัน

ตัวอย่างเช่น ถ้าประจำเดือนมาในช่วงวันที่ 15 ของเดือน ให้เริ่มกินยาได้ตั้งแต่วันที่ 12 เมื่อรับประทานไปแล้วไม่ควรทานติดต่อกันนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ และ เมื่อหยุดกินยาประจำเดือนจะมาภายใน 2 – 3 วัน ถ้าเลื่อนประจำเดือนไป 1 สัปดาห์แล้วหยุดยา ประจำเดือนก็จะมาประมาณวันที่ 20 – 21 แต่ในบางคนประจำเดือนจะมาหลังหยุดกินยาประมาณ 7 วัน

แต่ก็ต้องระวังด้วย การกินยาให้ได้ผล ประจำเดือนจะต้องมาอย่างสม่ำเสมอ และ ทราบวันตกไข่ที่แน่นอน ไม่เช่นนั้นอาจทำให้การกินยาไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก ดังนั้นสาวๆ จะต้องหมั่นตรวจเช็คช่วงรอบประจำเดือน รวมทั้งช่วงที่ตกไข่ให้ดี

อาการข้างเคียงของการทานยาเลื่อนประจำเดือน

อาการข้างเคียงของการทานยาเลื่อนประจำเดือน

เมื่อทานยาไปแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงของยาได้ โดยอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจะเป็นการปวดหัว อาเจียน เวียนหัว คัดตึงเต้านม ตัวบวมขึ้น ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงปกติของยา แต่กับบางคนก็อาจจะมีอาการไมเกรน คอเลสเตอรอลสูง รวมทั้งการเป็นซึมเศร้าขึ้นได้ แต่ก็จะพบได้น้อยมาก นอกจากนั้นก็ยังต้องระวังให้ดี เพราะยาเลื่อนประจำเดือนก็มีข้อห้ามในการใช้ยาเหมือนกัน

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ และ ให้นมบุตร – หากไม่รู้ว่าตั้งครรภ์อยู่แล้วไปทานอาจส่งผลต่ออวัยวะของทารกในครรภ์ได้ รวมทั้งคุณแม่ที่ให้นมลูกด้วย เพราะตัวยาสามารถซึมผ่านไปทางน้ำนมได้
  • ผู้ที่เป็นลิ่มเลือดอุดตัน หรือ มีความเสี่ยง เพราะเลื่อนประจำเดือนอาจจะไปเพิ่มโอกาสในการเป็นได้มากขึ้น
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ หรือ มะเร็งเต้านม เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค และ ทำให้ตับทำงานหนักขึ้นได้

ดังนั้นต้องระวังให้ดี ควรศึกษาตัวยาก่อนกิน ใครที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงจากยา หรือ เป็นคนที่กำลังตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทาน รวมทั้งไม่ควรทานต่อเนื่องเกิน 2 อาทิตย์ เพราะจะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงขึ้นได้

 

ไม่มียาเลื่อนสามารถใช้วิธีไหนแทนได้บ้าง ?

หากมันฉุกเฉินจริงๆ หายาเลื่อนไม่ได้แล้ว จะมีวิธีไหนที่สามารถนำมาใช้แทนได้บ้างไหม? สำหรับสาวๆ ที่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่แล้วสามารถใช้ ยาคุมกำเนิด แทนได้ ทำให้ไม่ต้องออกไปซื้อให้ลำบาก เพียงหยิบยาคุมขึ้นมาทาน เพราะในยาคุมสามารถช่วยในการเลื่อนประจำเดือนออกไปได้ โดยสามารถเลื่อนออกไปได้ทั้งแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด โดยยาคุมจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเหมือนกับในยาเลื่อนประจำเดือนเพียงแต่จะมีชนิดที่ต่างกันออกไป โดยยาคุมจะไปช่วยพยุงเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ให้หลุดออกมาเป็นประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไปนั่นเอง หากเป็นยาเลื่อนปกติก็มีข้อกำจัดในการทานนั่นก็คือ ไม่ควรเลื่อนนานเกินกว่า 21 วัน แต่กลับยาคุมสามารถทำได้ 1 รอบ หรือ 1 เดือน ทำให้สามารถเลื่อนได้ดีกว่า ทานได้ต่อเนื่องมากกว่า โดยการกินยาคุมกำเนิดเพื่อเลื่อนประจำเดือนจะต้องกินตามต่อไปนี้

ยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด

ไม่มี ยาเลื่อนประจำเดือน สามารถใช้วิธีไหนแทนได้บ้าง ?

ยาแบบ 21 เม็ด จะมีปริมาณในยาเท่ากันทุกเม็ด

  1. เมื่อทานยาแผงเก่าหมดแล้วให้เริ่มยาแผงใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องหยุดยา 7 วัน
  2. ให้ทานยาวันละ 1 เม็ดจนหมดแผง และ ทำการหยุดยา 7 วันหลังจากทานครบแผงแล้ว (ประจำเดือนจะมาในช่วงหลังจากกินยาเม็ดสุดท้ายที่เราตั้งใจหยุดประมาณ 3 – 4 วัน)

ยาคุมกำเนิดแบบ 28 เม็ด

ยาคุมแบบ 28 เม็ด จะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ 21 + 7 และ 24 + 4

ยาเลื่อนประจำเดือน

แบบ 21 + 7 (21 เม็ดเป็นเม็ดยา และ 7 เม็ดเป็นเม็ดแป้ง)

  1. เมื่อทานยาคุมกำเนิดแผงเดิมจนถึงเม็ดที่ 21 แล้วอีก 7 เม็ดที่เหลือไม่ต้องทาน (ไม่กินเม็ดที่เป็นแป้ง)
  2. ให้เริ่มกินยาแผงใหม่ได้เลย โดยทานจนหมดแผงทั้ง 28 เม็ด (ประจำเดือนจะมาในช่วงหลังจากกินยาเม็ดสุดท้ายที่เราตั้งใจหยุดประมาณ 3 – 4 วัน)

ไม่มี ยาเลื่อนประจำเดือน สามารถใช้วิธีไหนแทนได้บ้าง ?

แบบ 24 + 4 (24เม็ดเป็นเม็ดยา และ 4 เม็ดเป็นเม็ดแป้ง)

  1. เมื่อทานยาคุมกำเนิดแผงเดิมจนถึงเม็ดที่ 24 แล้วอีก 4 เม็ดที่เหลือไม่ต้องทาน (ไม่กินเม็ดที่เป็นแป้ง)
  2. ให้เริ่มกินยาแผงใหม่ได้เลย โดยทานจนหมดแผงทั้ง 28 เม็ด (ประจำเดือนจะมาในช่วงหลังจากกินยาเม็ดสุดท้ายที่เราตั้งใจหยุดประมาณ 3 – 4 วัน)

 

ยาคุมกำเนิดนอกจากจะช่วยในการเลื่อนประจำเดือนได้แล้ว ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากทั้ง การช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ ช่วยเรื่องของสิว หน้ามัน ขนดก (ยาคุมจะมีโปรเจสเตอโรนที่ช่วยในการลดฮอร์โมนเพศชายลง ทำให้ความเป็นผู้หญิงเด่นขึ้น) และ ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ตรงเวลามากขึ้นอีกด้วย ยิ่งถ้ายาคุมที่มีปริมาณฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมอย่าง 35 ไมโครกรัมก็จะช่วยในเรื่องของสิว ผิวมันได้ดี แต่ก็ต้องเลือกที่ตัวยาเป็นแบบใหม่ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจทำให้อ้วนขึ้น บวมขึ้นได้ สำหรับใครที่มีแพลนจะไปไหน หรือ อยากจะเลื่อนประจำเดือนในบางช่วง ก็ลองใช้ยาคุมช่วยดูนะคะ นอกจากจะช่วยเลื่อนประจำเดือนได้แล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมาก ยาคุมนับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สาวๆ อย่างเราควรมีพกติดตัวเอาไว้เลย โดยเฉพาะในช่วงที่ประจำเดือนใกล้จะมา!!!!

 

 

อ่านบทความเกี่ยวกับประจำเดือนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงวันแดงเดือดให้คุณ!!!

นอกจากบทความนี้แล้วสาวๆ ยังสามารถอ่านบทความ รู้หรือไม่ประโยชน์ของยาคุมที่มากกว่าแค่คุมกำเนิด , ไขข้อสงสัยยาคุมลดอาการ PMS ได้หรือไม่ผลข้างเคียงยาคุม รวมทั้งบทความเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดอื่นๆ ได้ที่ Sistalk

 

 

 

Sistalk เว็บไซต์สำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพ

เรื่องของสาวๆ ก็ต้องให้สาวๆ คุยกันสิคะ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีปัญหา มีข้อสงสัยไม่ว่าจะเรื่องของ สุขภาพ , การดูแลรูปร่าง , เรื่องลับๆ ของสาวๆ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความรัก และ เทรนด์อื่นๆ ไม่อยากพลาด ต้องเข้ามาอ่าน มาติดตามบทความที่เรา Sistalk ได้รวบรวมมาให้ รับรองได้ว่าคุณจะได้ทั้งประโยชน์ สาระความรู้ และ อัปเดตเทรนด์ก่อนใคร เพราะเราเข้าใจผู้หญิงดี!!!

ใครไม่ Talk Sistalk นะคะซิส!!!!

 

 

 

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล Sistalk ตามช่องทางอื่นๆได้ที่

Facebook : sistalk.in.th

Instagram : sistalk.in.th

Twitter : @SistalkTH

 

 

ข้อมูลอ้างอิงยาเลื่อนประจำเดือนจาก

  • https://yoppie.com/blog/the-yoppie-lowdown-how-safe-are-period-delay-tablets
  • https://www.nhs.uk/common-health-questions/travel-health/how-can-i-delay-my-period/#:~:text=monophasic%2021%2Dday%20pills%2C%20such,out%20the%207%2Dday%20break.
  • https://www.simpleonlinedoctor.com.au/period-delay/
  • https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0002937802000091